Blog

บริษัท เหนือขอบฟ้า จำกัด

เทคนิคเลือกฟิล์มกรองแสง

บริษัท เหนือขอบฟ้า จำกัด

car-window-tint     รังสีอัลตราไวโอแลต หรือรังสียูวี มีความร้อนและมีผลต่อผิวหนัง ก่อให้เกิดโรคกับระบบต่างๆ ของร่างกายได้ ไม่ว่าแสงแดดในตอนกลางวัน หรือยามค่ำคืน หากขับขี่รถโดยไม่เปิดกระจกก็ไม่สามารถจะขับขี่ได้นาน เพราะสภาพอากาศประเทศไทยที่ร้อนอบอ้าวอันเกิดจากแสงแดดและอากาศภายในรถยนต์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รถยนต์จะต้องติดฟิล์มกรองแสง เพื่อช่วยลดความร้อน ทำให้ภายในรถเย็นสบาย สร้างความสุข ทัศนวิสัยการขับขี่มีประสิทธิภาพดี รถยนต์ดูสวยงาม และมีความปลอดภัย

   ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อน การติดตั้งฟิล์มกรองแสงจึงเป็นสิ่งสำคัญ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ของรถยนต์ เพราะประโยชน์ของฟิลม์มีมากมายนานับประการ ดังนั้นผู้ใช้รถควรเลือกฟิล์มที่สามารถลดความร้อนได้สูง มีความเหนียว ทนทาน คุ้มค่า และทำความเข้าใจพื้นฐานระบบการทำงานของฟิล์มกรองแสง เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะเลือกฟิล์มอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูง คุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด

   โดยส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการเลือกฟิล์มกรองแสง ซึ่งคิดว่าจะต้องเลือกฟิล์มที่มีโลหะ หรือต้องมีสีเข้มหรือทึบ จึงจะช่วยลดความร้อนได้ดี แต่ในความจริงแล้ว สีของฟิล์มไม่ได้เป็นตัวช่วยลดความร้อน แต่กลับเป็นสารเคลือบฟิล์มตัวอื่นๆ ที่ทำหน้าที่ลดความร้อน อีกทั้งฟิล์มที่มีส่วนประกอบโลหะไม่ได้ช่วยลดความร้อนมากกว่า เพราะค่าตัวเลขลดความร้อนที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ไม่ได้ช่วยให้ภายในรถมีความเย็นมากมายทวีคูณ และยังทำให้การใช้คลื่นสัญญาณภายในรถมีปัญหา และสร้างความเสียหายแก่เส้นไล่ฝ้าที่กระจกหลังของรถยนต์

การพิจารณาเลือกฟิล์มกรองแสง มีข้อสังเกตและควรพิจารณาดังนี้

  1. เลือกฟิล์ม ฟิล์มกรองแสงที่ดีไม่ใช่ฟิล์มที่ช่วยลดแสงจ้าได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความสามารถในการสะท้อนแสงอาทิตย์ หมายความว่าฟิล์มสีเข้มไม่ได้ แปลว่าลดความร้อนได้สูงกว่าฟิล์มสีสว่าง ดังนั้นการเลือกฟิล์มกรองแสงที่ดีควรดูจากส่วนประกอบต่างๆ เหล่านี้ เปอร์เซ็นต์การลดความร้อน , เปอร์เซ็นต์การลดรังสียูวี , เปอร์เซ็นต์การสะท้อนแสง และ เปอร์เซ็นต์แสงส่อง
  2. การรับประกัน การรับประกัน การรับประกันคุณภาพเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่ในการตัดสินใจเลือกฟิล์ม โดยทั่วไปแล้วฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ จะมีการรับประกันคุณภาพไม่ต่ำกว่า 5 ปี – 10 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของการรับประกันด้วย
  3. การเลือกศูนย์ติดตั้งที่มีมาตรฐาน  มีสถานที่สำหรับติดตั้งฟิล์ม  ช่างติดตั้งมีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์การติดตั้งที่ยาวนาน มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ และมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก จะทำให้ได้ฟิล์มกรองแสงรถยนต์คุณภาพดี การติดตั้งมีความเรียบร้อย สวยงาม และมีการรับประกันฟิล์มตามระยะเวลาที่กำหนด

ฟิล์มนิรภัย

บริษัท เหนือขอบฟ้า จำกัด

img-1ฟิล์มนิรภัย คือ ฟิล์มที่ผ่านขั้นตอนการผลิตแบบเดียวกันกับฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ หรือฟิล์มกรองแสงติดอาคารทั่วไป มีความแตกต่างตรงการเพิ่มชั้นโพลี   เอสเตอร์ และปริมาณกาวชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติในการยึดติดอย่างเหนียวแน่น ที่มีมากชั้นกว่าฟิล์มกรองแสงทั่วไป การเพิ่มชั้นโพลีเอสเตอร์และปริมาณกาวจะมากกว่าในปริมาณเท่าใด ขึ้นอยู่กับระดับความแข็งแรงทนทานที่ต้องการ การติดตั้งฟิล์มนิรภัยที่กระจกธรรมดาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความแข็งแรงในการลดแรงกระแทกจากวัตถุภายนอกได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือการทุบกระจกเพื่อโจรกรรมทรัพย์สิน ฟิล์มนิรภัยจะช่วยยึดกระจกที่แตกออกไว้ด้วยกัน โดยจะช่วยป้องกันอันตรายจากความเสียหายของชีวิตจากเศษกระจก ความหนาของฟิล์มนิรภัยที่มีมาตรฐานและคุณภาพเยี่ยมอยู่ระหว่าง 1.5 – 2.0 มิล (.0015-.0020 นิ้ว) ฟิล์มนิรภัยที่มีความหนาในระดับ 2.0 มิล จะถูกจัดเป็นฟิล์ม Class C เท่านั้น หากเป็นฟิล์มนิรภัยที่มีคุณภาพจะต้องหนาตั้งแต่  4 มิล หรือ 100 ไมครอนขึ้นไป

     ฟิล์มนิรภัย มีความหนาระหว่าง  4 มิล  – 14 มิล สำหรับรถยนต์นิยมเลือกใช้ความหนา 4 มิล เพราะถือเป็นความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับตามหลักมาตรฐานสากล และหากมีความหนามาก ราคาก็จะสูงตามไปด้วย ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็นในการติดตั้งฟิล์มรถยนต์ และฟิล์มนิรภัยช่วยป้องกัน   รังสียูวีได้มากถึง 99% และลดความร้อนได้ดี และช่วยดูแลรักษาอุปกรณ์ภายในรถไม่ให้เสื่อมคุณภาพเร็ว

     ข้อดีของการติดฟิล์มนิรภัยอีกอย่างหนึ่งคือ จะช่วยลดความเสียหายจากการทำลาย หรือการโจรกรรมทรัพย์สินได้ดีมาก ฟิล์มนิรภัยจะทำหน้าที่ยึดติดกับกระจกได้เหนียวแน่นกว่าฟิล์มกรองแสงทั่วไป ดูดซับแรงกระแทกได้ดี ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระจกได้สูงถึง 500 เท่า และถึงแม้กระจกจะถูกทุบจนแตก ฟิล์มนิรภัยก็ยังสามารถรองรับกระจกที่แตกเอาไว้ ยากต่อการที่ผู้ประสงค์ร้ายจะบุกรุกเข้ามาทำอันตรายผู้ขับขี่และผู้โดยสารภายในรถยนต์

Back to top